กระเกิดจากอะไร รักษายังไง หายไหม ?

กระเกิดจากอะไร เป็นแล้วหายไหม

กระ (Freckles) เกิดจากอะไร?

กระ เกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี สร้างเม็ดสีมากขึ้นผิดปกติเมื่อถูกแสงแดด

ผู้หญิงมีกระที่ใบหน้าและลำตัว

กระ มีลักษณะอย่างไร?

ลักษณะจะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาล พบได้มากบนใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มและสันจมูก รวมทั้งแขน คอ และหน้าอก

กระ ถ้าแบ่งตามที่ทุกคนมักได้ยิน จะมีทั้งหมด 3 ชนิด

1. กระตื้น

จะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาล มักเป็นบริเวณใบหน้าหรือส่วนที่โดนแสงบ่อย ๆ มักเกิดในคนที่มีผิวขาว โดยเฉพาะชาวตะวันตก

กระตื้นยังแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

1.1 Ephelides (Freckles)

เด็กสาวมีกระที่ใบหน้า

มักพบในเด็กและวัยรุ่น สาเหตุหลักจากกรรมพันธุ์ กระนี้จะมีสีเข้มขึ้นและเห็นชัดเจนถ้าไปโดนแดด และจะจางลงเมื่อไม่โดนแดด กระชนิดนี้จะค่อย ๆ จางไปเองเมื่ออายุมากขึ้น มักมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร

1.2 กระแดด (Solar Lentigo)

กระแดดที่ใบหน้าของผู้ชายสูงอายุ

มักพบในคนอายุมากหรือคนที่ทำงานอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ลักษณะเป็นจุดหรือปื้นเรียบ ๆ สีน้ำตาลหรือสีดำขนาดเล็ก ขอบชัด ไม่จางหรือหายไปเอง

2. กระลึก หรือปานโฮริ (Nevus of Hori)

กระลึก หรือปานโฮริ จุดสีน้ำตาลเข้มออกเทาดำ ที่ใบหน้าของผู้หญิงชาวเอเชีย

มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มออกเทาดำ ขอบเขตไม่ชัดเจน มักอยู่กันเป็นกลุ่มที่โหนกแก้ม และขมับทั้ง 2 ข้าง พบบ่อยในผู้หญิงชาวเอเชีย ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่ชัดเจน เป็นอาการที่เกิดได้เองตามธรรมชาติ และค่อย ๆ แสดงอาการชัดเจนขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่ สามารถพบได้ตั้งแต่เกิด หรือพบตอนเป็นผู้ใหญ่ แต่ส่วนมากจะพบตอนย่างเข้าสู่วัยรุ่น พบว่าพันธุกรรมและฮอร์โมนมีส่วนเกี่ยวข้อง

3. กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)

กระเนื้อ คล้ายตุ่มนั้นแปะบนผิวหนัง อยู่บนใบหน้าของชายชรา

กระเนื้อ เป็นผลจากการเจริญผิดปกติของผิวหนังส่วนบน ลักษณะเป็นตุ่มแบน ผิวอาจดูขรุขระเล็กน้อย มีสีแตกต่างกันได้ตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนกระทั่งสีดำ มีขนาดตั้งแต่เป็นจุดเล็ก จนกระทั่งใหญ่เป็นเซนติเมตรก็ได้

ตุ่มมีลักษณะพิเศษ คือ ดูคล้ายตุ่มนั้นแปะบนผิวหนัง แทบทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น จะพบกระเนื้อมากบ้างน้อยบ้าง ยิ่งเข้าสู่วัยชราก็จะพบได้บ่อย ขนาดใหญ่ และมีจำนวนมาก

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่พบว่าปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดกระเนื้อได้แก่ ผิวหนังที่ได้รับแสงแดดเป็นเวลาต่อเนื่องและยาวนาน พันธุกรรม บุคคลที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นกระเนื้อมักเกิดกระเนื้อสูงกว่าคนทั่วไป และอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดกระเนื้อได้มากตามวัย

การรักษากระชนิดต่าง ๆ

การรักษากระตื้นทำได้โดย

ผู้หญิงทาครีมที่ใบหน้าเพื่อรักษากระ

1. การทายา เช่น AHA, TCA, กรดโคจิก (Kojic Acid) เป็นต้น

2. การใช้น้ำยากรดเข้มข้นแต้มบริเวณที่ตกกระ ทำให้เป็นสะเก็ดแล้วหลุดลอกออก ต้องอาศัยความชำนาญจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็น

3. การทำ Treatment ต่าง ๆ ที่ใช้การส่งผ่านตัวยาลงไปในผิวหนังได้ลึกกว่าปกติ ซึ่งทำให้กระจางลง

4. การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ ที่มีผลต่อเม็ดสี (Pigmented Laser) ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง

การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด พร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูวี

การรักษากระลึก หรือปานโฮริ

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์โดยแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ

ในบรรดากระทั้งหมด กระลึกค่อนข้างรักษาหายยากที่สุด เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึก การใช้ครีมหรือยาทาอาจช่วยได้บ้าง แต่ไม่หาย วิธีรักษากระลึกที่ได้ผลดีที่สุดคือ การรักษาด้วยเลเซอร์ แต่ต้องทำการรักษาหลายครั้ง

การรักษากระเนื้อ

1. จี้ไฟฟ้า ก่อนจี้จะต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดหรือทาบริเวณรอยโรค แล้วจี้บริเวณรอยโรคด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า หลังจากนั้นขูดเนื้อเยื่อบริเวณที่จี้ออก วิธีนี้จะมีแผลตื้น ๆ บริเวณที่ขูดซึ่งจะหายภายใน 1 สัปดาห์

2. จี้ด้วยสารเคมี เช่น กรดไตรคลออะซิติค วิธีนี้ไม่ต้องใช้ยาชา แต่จะมีอาการแสบบ้างบริเวณตำแหน่งที่จี้ การจี้จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตายและหลุดออก ข้อเสีย คือ ถ้ากระเนื้อหนามากอาจหลุดไม่หมด หรือต้องจี้หลายครั้ง

การทำเลเซอร์กำจัดกระเนื้อ

3. จี้ด้วยไนโตรเจนเหลว วิธีนี้จะทำให้เกิดตุ่มน้ำพองขึ้นใต้รอยโรค ซึ่งต่อไปจะแห้งเป็นสะเก็ดแล้วหลุดไปใน 2-3 สัปดาห์ ข้อเสียคือบางครั้งอาจเกิดรอยดำหรือขาวหรือแผลเป็นบริเวณรอยโรค สำหรับรอยดำหรือขาวที่เกิดจะจางไปได้ตามกาลเวลา

4. การทำเลเซอร์ โดยแปะหรือฉีดยาชาแล้วใช้เลเซอร์ยิงกระเนื้อบริเวณจุดนั้น ๆ

ผู้หญิงหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการทาครีมกันแดดและสวมหมวก รวมทั้งสวมเสื้อแขนยาว

สรุป

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออกมามากมาย และมีเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อรักษากระที่ทันสมัย แต่การรักษาต้องใช้เวลานานและบางวิธีมีค่าใช้จ่ายสูง สิ่งสำคัญที่สุดที่เราสามารถทำได้คือ ป้องกันการเกิดกระเท่าที่ทำได้ โดยเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ และหากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงหรือกระโปรงยาว และหมวกปีกกว้าง

เอกสารอ้างอิง
https://www.vibhavadi.com
https://th.yanhee.net
https://www.si.mahidol.ac.th
https://www.bumrungrad.com
https://www.siphhospital.com
https://romrawin.com
https://www.webmd.com
https://www.healthline.com
https://th.wikipedia.org
https://www.pobpad.com/กระเนื้อ
https://www.pobpad.com/กระ-รักษาหาย-ป้องกันได้

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง